Mathcenter Forum  

Go Back   Mathcenter Forum > คลายเครียด > ฟรีสไตล์
สมัครสมาชิก คู่มือการใช้ รายชื่อสมาชิก ปฏิทิน ค้นหา ข้อความวันนี้ ทำเครื่องหมายอ่านทุกห้องแล้ว

ตั้งหัวข้อใหม่ Reply
 
เครื่องมือของหัวข้อ ค้นหาในหัวข้อนี้
  #1  
Old 19 สิงหาคม 2010, 21:11
หยินหยาง's Avatar
หยินหยาง หยินหยาง ไม่อยู่ในระบบ
กระบี่จักรวาล
 
วันที่สมัครสมาชิก: 06 มกราคม 2007
ข้อความ: 2,905
หยินหยาง is on a distinguished road
Default สอนอย่างไร เด็กไทยถึงจะคิดเป็น

เอามาให้อ่านเล่นๆ ครับ เผื่อมีคนสนใจ

สอนอย่างไร เด็กไทยถึงจะคิดเป็น

“เด็กไทยไม่เก่งเรื่องการคิด การใช้เหตุผลก็เพราะครูไทยเองก็ไม่สัดทัดในการใช้เหตุผล เราให้ความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริงแต่เราไม่ให้ความรู้ที่เป็นทักษะการคิด ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายที่เด็กไทยเสียเวลาในการเรียนรู้ข้อเท็จจริงมากเป็นร้อย ๆ หน้า โดยไม่ได้อะไรเป็นผลตอบแทนเลย”

จากสภาพการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเด็กไทย ซึ่งจะพบว่า นักเรียนมีศักยภาพในด้านทักษะการคิดต่ำ ปัญหาของเด็กที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน คือ พื้นฐานในการเรียนรู้ในโลกอนาคต กระบวนการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นผลมาจาก เด็กไทยคิดไม่เป็น จึงส่งผลให้แก้ปัญหาไม่ได้
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจัดการเรียนการสอนที่ยึดครูเป็นศูนย์กลางในโรงเรียน เน้นการให้ความรู้ การให้นักเรียนท่องจำเป็นสำคัญ ไม่ได้ฝึกให้เด็กเกิดทักษะการคิด การแก้ปัญหา ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในระบบโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่แนวคิดเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมีการนำมาเผยแพร่ในเมืองไทยกว่า 20 ปี และเกือบจะ 30 ปี มาแล้ว การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2503 เป็นหลักสูตร พ.ศ. 2521 ก็ได้ใช้แนวคิดหลักในการเปลี่ยนแปลง ต่อมาเมื่อหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งในปี พ.ศ. 2533 แนวคิดนี้ก็ยังคงอยู่จวบจนปัจจุบันที่มีการปฏิรูปการศึกษา และเปลี่ยนเป็นหลักสูตร พ.ศ. 2544 แล้วก็ตาม ก็ยังปรากฏให้มีการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน โดยให้ใช้แนวความคิดนี้
ระบบการเรียนการสอนในอดีตที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ไม่ได้ให้ความสำคัญของกระบวนการคิดเท่าที่ควร การจัดการเรียนการสอนได้มีการท่องจำที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนานหลายร้อยปี ทำให้เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ขาดความสามารถในการวิเคราะห์ ไม่เสริมสร้างให้ผู้เรียนคิดเป็น วิเคราะห์และประยุกต์เป็น ส่งผลให้สิ่งที่เรียนมากลายเป็นความรู้ที่ไม่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้ ครูมีหน้าที่เป็นนักถ่ายทอดข้อมูลมากกว่าเป็นผู้ชี้แนะความรู้ การวัดผลไม่ได้ช่วยช่วยฝึกให้ผู้เรียนรู้จักใช้ความคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์
นอกจากนั้นแล้ว นักเรียนยังเคยชินกับการสอนและการสอบที่นิยมคำตอบที่ดีที่สุดเพียงคำตอบเดียว (Best Answer) โดยนักเรียนจะให้ความสนใจแต่คำตอบที่สุด (key) ละเลยคำตอบที่เป็นตัวลวง (distracter) ที่ถูกน้อยกว่า เป็นการปลูกฝังให้นักเรียนมองปัญหาด้านเดียว หรือมองโลกแบบมิติเดียว ไม่สามารถมองโลกแบบหลายมิติได้ มองว่าปัญหาหนึ่ง ๆ จะต้องมีเพียงคำตอบเดียว ปัญหาหนึ่ง ๆ จะต้องมีวิธีแก้ไขเพียงวิธีเดียว ไม่มีคำตอบหรือวิธีอื่นอีกแล้ว แต่ตามความเป็นจริงแล้วปรากฏการณ์หนึ่ง ๆ สามารถอธิบายได้ด้วยชุดเหตุผลที่หลากหลาย ไม่ใช่ชุดเหตุผลชุดเดียว เพราะความจริงมีหลายมิติ เพื่ออธิบายเรื่องราวหนึ่ง เหตุและผลชุดหนึ่งก็จะถูกสร้างขึ้น และทุกอย่างก็จบที่ชุดเหตุและผลนั้น นี่คือการคิดแบบมิติเดียว คำตอบทุกคำตอบมีความจำกัด ปรากฏการณ์หนึ่ง ๆ ไม่เพียงแต่เชื่อมต่อกับปรากฏการณ์อื่น ๆ เท่านั้น หากยังมีรากของปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ดังนั้นมิติในการอธิบายสิ่งต่าง ๆ จึงต้องมีมิติไม่เพียงแต่ภาพด้านกว้างเท่านั้น
ในช่วงที่ผ่านมา คนไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจมีวันละไม่น้อยกว่า 5 คนเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการมีทักษะการคิดและการแก้ปัญหาต่ำ ประกอบกับการไม่สามารถมองโลกแบบหลายมิติได้ เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เป็นปัญหารุนแรง จึงไม่สามารถมองเห็นหนทางในการแก้ปัญหา จะรู้สึกท้อแท้และหมดหวัง เกิดความเครียดและหาทางขจัดความเครียดด้วยวิธีฆ่าตัวตายในที่สุด
ตลอดชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย เราต้องผจญกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่หรือปัญหาเล็ก การศึกษามีเป้าหมายหลักคือ การสร้างคนให้มีความคิด รักในการเรียนรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม มีหลักในการตัดสินใจ มีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานได้ และทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็น รวมทั้งมีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะแสวงหาความรู้ได้เองโดยไม่สิ้นสุด จะเห็นได้ว่าเป้าหมายสูงสุดของการศึกษาก็คือ การสอนให้นักเรียนรู้จักแก้ปัญหานั่นเอง โดยสอนให้แก้ปัญหาทั้งที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้า และสอนให้เสาะแสวงหาปัญหาที่ยังไม่เกิดขึ้นและพยายามหาทางที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้น เราเรียกคนเช่นนี้ว่า เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ (Creative) บุคคลเหล่านี้คือ ผู้ที่นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่สังคมมนุษย์
ดังนั้น การที่จะสอนให้นักเรียนมีทักษะในการคิดก็คือ จะต้องทำให้นักเรียนสามารถแก้ปัญหาได้ ด้วยกระบวนการคิดสร้างสรรค์

การแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์
ปัญหา หมายถึง สภาพการณ์ที่ต้องการการแก้ไขหรือต้องการหาคำตอบซึ่งเรายังไม่สามารถมีได้ทันที คำตอบที่ได้จากการแก้ไขปัญหาหนึ่งจะช่วยในการแก้ปัญหาที่คล้ายคลึงกัน และจะช่วยพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์ในส่วนรวมได้ด้วย
ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง การใช้ความคิดเชิงประยุกต์จากความคิดทั่วไป เพื่อให้ได้ผลงานใหม่ ที่เป็นประโยชน์จากสิ่งที่คิดนั้น เป็นกระบวนการของความรู้สึกไวต่อปัญหา หรือสิ่งที่ขาดหายไป หรือสิ่งที่ยังไม่ประสานกัน แล้วเกิดความพยายามในการสร้างแนวคิด ตั้งสมมุติฐาน ทดสอบสมมุติฐาน และเผยแพร่ผลที่ได้ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจ อันเป็นแนวทางค้นพบสิ่งใหม่ต่อไป
การแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน กิลฟอร์ด (Guildford) ได้กล่าวว่า การแก้ปัญหาเป็นผลมาจากการคิดทางเดียว (Convergent thinking)และการคิดหลายทาง (Divergent thinking) การคิดทางเดียว หมายถึง การที่ผู้แก้ปัญหาได้คำตอบหลายคำตอบสำหรับปัญหานั้น ถึงแม้ว่าการเรียนการสอนในโรงเรียนจะนิยมคำตอบที่ดีที่สุดเพียงคำตอบเดียวสำหรับการแก้ปัญหา แต่นักจิตวิทยามีความเห็นว่า การคิดหลายทางหรือการมีคำตอบหลายคำตอบเป็นการคิดที่มีคุณค่ากว่า และมักจะเปรียบเทียบการคิดหลายทางว่าเท่ากับการคิดสร้างสรรค์
ในสังคมไทยสมัยใหม่มีปัญหาใหม่ ๆ ที่เป็นปัญหาใหญ่และยาก เพราะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ปัญหาช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ปัญหาความแตกสลายทางสังคม เช่น ครอบครัวแตก ชุมชนแตก ปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อม ปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงต่าง ๆ ปัญหาโสเภณีเด็ก ปัญหาสุขภาพจิตเสื่อม และปัญหายาเสพติดเป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากต่อการแก้ไขหรือแก้ไขไม่ได้เลย การใช้ความคิดเก่า วิธีการเก่ากับปัญหาใหม่จึงไม่ได้ผล ปัญหาดังกล่าวจึงต้องการแนวความคิดและแนวทางใหม่ หรือกระบวนทรรศน์ใหม่ (New paradigm) ในการแก้ไข หมายความว่า จะใช้การคิดแบบธรรมดาแบบเดิม ๆ ไม่ได้ จะต้องใช้ความคิดเชิงประยุกต์จากความคิดทั่วไปซึ่งก็คือ การใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์นั่นเอง
ลักษณะของผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์
ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ คือ บุคคลที่สามารถใช้ความคิดเชิงประยุกต์จากความคิดทั่วไปเพื่อให้ได้ผลงานใหม่ที่หลากหลาย แหวกแนว แต่เป็นประโยชน์ โดยไม่ยึดติดกับกรอบความคิดหลัก ตรงกับหลักพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ หมายถึง
การรู้จักคิด คิดเป็น คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิดในทางที่จะเข้าถึงความเจริญของสิ่งทั้งหลาย คิดในทางที่ทำให้รู้จักใช้สิ่งทั้งหลายให้เป็นประโยชน์ ผู้ที่ใช้วิธีการนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม วิธีการศึกษาของนักจิตวิทยา เพื่อให้ทราบว่า บุคคลใดมีความคิดสร้างสรรค์ โดยดูที่องค์ประกอบ 3 อย่างคือ
1. ดูที่ผลงาน (The Product Approach)
2. ดูที่กระบวนการ (The Process Approach) ได้แก่การวิเคราะห์การทำงานภายในสมองของผู้คิดสร้างสรรค์ แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนคือ
- ขั้นเตรียม (Preparation) ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ รู้ปัญหา และความคิดในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
- ขั้นฟูมฟัก (Incubation) ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ มีการคิดใคร่ครวญถึงปัญหาทั้งในขณะที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว
- ขั้นรู้แจ้ง (Illumination) ความคิดเข้ารูปเข้ารอยอย่างกะทันหัน หาวิธีแก้ปัญหาได้แล้ว
- ขั้นตรวจสอบ (Verification) ตรวจสอบว่า วิธีแก้ปัญหานั้นได้ผลจริงหรือไม่
3. ดูที่ตัวบุคคล (The Person Approach) ได้แก่ การศึกษาประวัติ ลักษณะนิสัยของบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อมาเขียนเป็นโครงร่าง (Profile) ของผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์
การศึกษากระบวนการคิดสร้างสรรค์นี้จะดูเพียงองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งไม่ได้ ต้องดูจากทั้ง 3 องค์ประกอบพร้อม ๆ กัน เพราะคนบางคนอาจจะมีลักษณะนิสัยตรงกับลักษณะของผู้มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ขาดผลงาน หรือขาดความคิดก็ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์

รูปแบบความสามารถที่เป็นความคิดสร้างสรรค์
1. ความคิดริเริ่ม (Originality) หมายถึง ลักษณะความคิดแปลกใหม่แตกต่างจากความคิดธรรมดาไม่เหมือนคนอื่นหรือแปลกกว่าคนอื่น
2. ความคิดคล่องตัว (Fluency) หมายถึง การมีความคิด มีวิธีหรือคำตอบใน
การแก้ปัญหาได้หลายทาง ตลอดจนมีความสามารถในการคิดที่รวดเร็วและต่อเนื่อง
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) หมายถึง ความสามารถในการมองปัญหาได้หลายด้านและสามารถเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาได้ทันทีที่รูสึกว่ามีความจำเป็น
4. ความคิดละเอียดลออ (Elaboration) หมายถึง ความสามารถในการขยายและตกแต่งความคิดให้สมบูรณ์ เกิดเป็นภาพชัดเจนและได้ความหมาย
แนวทางในการพัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์
ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถในระดับสูง จะต้องได้รับ
การฝึกฝนทักษะการคิดที่จะต้องฝึกให้เกิดขึ้นกับเด็ก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มี 2 ระดับ คือ
1. ทักษะการคิดพื้นฐาน จำนวน 31 ทักษะ แบ่งเป็น
- ทักษะการสื่อความหมาย 15 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การอ่าน การรับรู้
การจดจำ การจำ การคงสิ่งที่เรียนไปแล้วไว้ได้ภายหลังการเรียนนั้น การบอกความรู้ที่ได้จากตัวเลือกที่กำหนดให้ การบอกความรู้ออกมาด้วยตนเอง การใช้ข้อมูล การบรรยาย
การอธิบาย การทำให้กระจ่าง การพูด การเขียน การแสดงออกถึงความสามารถของตน
- ทักษะที่เป็นแกนหรือทักษะการคิดทั่วไป 16 ทักษะ ได้แก่ การสังเกต
การสำรวจ การตั้งคำถาม การเก็บรวบรวมข้อมูล การระบุ การจำแนกแยกแยะ
การจัดลำดับ การเปรียบเทียบ การจัดหมวดหมู่ การสรุปอ้างอิง การแปล การตีความ
การเชื่อมโยง การขยายความ การใช้เหตุผล การสรุปย่อ
2. ทักษะการคิดชั้นสูง หรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน จำนวน 16 ทักษะ เป็นทักษะที่จะพัฒนาได้เมื่อเด็กได้รับการพัฒนาทักษะการคิดพื้นฐาน จนมีความชำนาญพอสมควรแล้ว ได้แก่ การสรุปความ การให้คำจำกัดความ การวิเคราะห์ การผสมผสาน ข้อมูล
การจัดระบบความคิด การสร้างองค์ความรู้ใหม่ การกำหนดโครงสร้างความรู้ การแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างความรู้เสียใหม่ การค้นหาแบบแผน การหาความเชื่อพื้นฐาน
การคาดคะเน/การพยากรณ์ การตั้งสมมุติฐาน การทดสอบสมมุติฐาน การตั้งเกณฑ์
การพิสูจน์ความจริง การประยุกต์ใช้ความรู้
กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กฝึกทักษะการคิด ได้แก่
1. การระดมสมอง ให้เด็กได้ช่วยกันเสนอความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่กำลังคิดอยู่ ทำให้บรรยากาศที่เป็นอิสระ เพื่อให้เด็กกล้าแสดงความคิดเห็นออกมา โดยจะต้องไม่มี
การวิพากษ์วิจารณ์ หรือตัดสินความคิดของใคร ต้องไม่มีบรรยากาศของการแข่งขัน มีแต่ความร่วมมือกัน ให้กำลังใจกัน เป็นกันเอง
2. การฝึกความคิดแบบอเนกนัย เป็นความสามารถในการตอบสนองต่อสิ่งเร้า และแสดงออกมาได้หลาย ๆ แบบ หลาย ๆ วิธี
3. การสอนตามแนวคิดแบบนีโอฮิวแมนนิส คือ การสอนภายใต้บรรยากาศของความเป็นอิสระในการเรียนรู้ มีการส่งเสริมการแสดงออกอย่างเปิดเผย
4. การใช้เทคนิคการคิดนอกกรอบ เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้พัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้
5. การสอนแบบสืบสวน เป็นการส่งเสริมความคิดหลายทาง และส่งเสริมให้นักเรียนมีความอยากรู้อยากเห็น
6. การใช้กระบวนการกลุ่มสัมพันธ์
7. การใช้รูปแบบการคิดแก้ปัญหาอนาคตตามแนวคิดของ ทอแรนซ์ ในรูปแบบการคิดนี้มีการใช้เทคนิคระดมสมองเพื่อค้นพบปัญหา และเพื่อคิดวิธีคิดปัญหาเป็นขั้นตอนย่อยอยู่ด้วย
8. การฝึกให้นักเรียนคิดเอาใจเขามาใส่ใจเราหรือการรู้จักรับฟังความคิดเห็น หรือความรู้สึกของผู้อื่น
9. การใช้กิจกรรมการเรียนการสอนด้วยศูนย์การเรียนคอมพิวเตอร์ กิจกรรมนี้มีส่วนช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลได้มาก
10. การใช้กิจกรรมพัฒนาความสามารถในการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ
ซึ่งแนวทางการพัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์ที่กล่าวมานี้ ครูจำต้องศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของทักษะ และลักษณะการคิดอันเป็นพฤติกรรมพื้นฐานนำไปสู่กระบวนการคิดแล้วใช้ความเหมาะสมของเวลา และเนื้อหาในบทเรียน หรือโอกาสอื่น ๆ ในการจัดการเรียนการสอน ฝึกให้นักเรียนแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ เมื่อนักเรียนได้รับการฝึกบ่อยครั้งเข้าก็จะกลายเป็นความชำนาญ ทำให้เด็กคิดเป็น และแก้ปัญหาได้
การคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการคิดที่ซับซ้อน ผู้คิดจะต้องใช้ทักษะและลักษณะการคิดหลายอย่างประกอบกัน การฝึกฝนก็ต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย แต่ทุกวิธีจะมีจุดร่วมเดียวกัน คือ จะต้องดำเนินการภายใต้บริบทของการเรียนการสอนที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง (Child centered) การคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กมีความสัมพันธ์กับการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครู หมายความว่า ถ้าครูเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนมายึดเด็กเป็นศูนย์กลาง โอกาสที่เด็กจะมีความคิดสร้างสรรค์ก็มีมากขึ้น ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กก็จะสูงขึ้น เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แต่ก่อนที่จะหวังให้เด็กไทยคิดเป็นและแก้ปัญหาได้นั้น ได้เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ณ เวลานี้ ครูเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนหรือยัง และครูมีความเข้าใจแนวคิดการจัดการเรียนการสอนที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางมากน้อยเพียงใด หรืออาจจะต้องแก้ปัญหาที่ครูด้วยกระบวนการคิดสร้างสรรค์

ที่มา : http://images.rawinud20.multiply.mul...?nmid=97141192
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #2  
Old 19 สิงหาคม 2010, 21:36
poper's Avatar
poper poper ไม่อยู่ในระบบ
กระบี่ธรรมชาติ
 
วันที่สมัครสมาชิก: 12 พฤษภาคม 2010
ข้อความ: 2,615
poper is on a distinguished road
Send a message via MSN to poper
Default

ขอบคุณครับ
ได้แนวคิดดีครับ อยากให้เด็กไทยคิดเป็นคนเป็นครูต้องคิดเป็นก่อนครับ
แล้วจึงพยายามถ่ายทอดทักษะเหล่านี้ใหเด็กๆต่อไปครับ
(แต่ก็อย่างว่าในเมื่อมันเป็นทักษะ ใครทำ ใครก็ได้ครับ ถ้าเด็กไม่ฝึกเองก็ไม่ได้อยู่ดี มันก็ยากเหมือนกันนะ)
__________________
คณิตศาสตร์ คือ ภาษาสากล
คณิตศาสตร์ คือ ความสวยงาม
คณิตศาสตร์ คือ ความจริง
ติดตามชมคลิปวีดีโอได้ที่http://www.youtube.com/user/poperKM
และhttps://www.facebook.com/pages/MathP...82222305144028

19 สิงหาคม 2010 21:36 : ข้อความนี้ถูกแก้ไขแล้ว 1 ครั้ง, ครั้งล่าสุดโดยคุณ poper
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #3  
Old 19 สิงหาคม 2010, 23:09
Puriwatt's Avatar
Puriwatt Puriwatt ไม่อยู่ในระบบ
ลมปราณไร้สภาพ
 
วันที่สมัครสมาชิก: 14 กันยายน 2006
ข้อความ: 1,395
Puriwatt is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความเดิมเขียนโดยคุณ หยินหยาง View Post
เอามาให้อ่านเล่นๆ ครับ เผื่อมีคนสนใจ

สอนอย่างไร เด็กไทยถึงจะคิดเป็น

“เด็กไทยไม่เก่งเรื่องการคิด การใช้เหตุผลก็เพราะครูไทยเองก็ไม่สัดทัดในการใช้เหตุผล เราให้ความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริงแต่เราไม่ให้ความรู้ที่เป็นทักษะการคิด ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายที่เด็กไทยเสียเวลาในการเรียนรู้ข้อเท็จจริงมากเป็นร้อย ๆ หน้า โดยไม่ได้อะไรเป็นผลตอบแทนเลย”

จากสภาพการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเด็กไทย ซึ่งจะพบว่า นักเรียนมีศักยภาพในด้านทักษะการคิดต่ำ ปัญหาของเด็กที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน คือ พื้นฐานในการเรียนรู้ในโลกอนาคต กระบวนการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นผลมาจาก เด็กไทยคิดไม่เป็น จึงส่งผลให้แก้ปัญหาไม่ได้
คุณหยินหยาง เอามาให้อ่านเล่นๆ แต่ผมดันอ่านจริงๆ

แต่จากการที่คอยเฝ้าดู ยังพบว่ามีเด็กไทยอีกหลายคน(และลุงbanker) ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆอย่างสร้างสรรค์ และมีเหตุผล

คาดว่าสามารถเป็นกำลังสำคัญในการให้ปลูกฝังแนวความคิดที่ดีแก่ชนรุ่นต่อๆไปได้ครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #4  
Old 19 สิงหาคม 2010, 23:57
tongkub tongkub ไม่อยู่ในระบบ
ลมปราณคุ้มครองร่าง
 
วันที่สมัครสมาชิก: 22 ธันวาคม 2009
ข้อความ: 312
tongkub is on a distinguished road
Default

ผมขอเล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิตผมเองครับ

ผมเรียนอยู่ ม.6 ครับ ผมเป็นคนชอบคณิตศาสตร์มากๆ ทุกๆวันเวลาว่างผมจะชอบทำโจทย์เลขเสมอๆ ถึงแม้ผมจะไม่เก่งมาก แต่ก็ชอบที่จะเรียนรู้กระบวนการคิดต่างๆครับ และแล้วคาบวิชา คณิตศาสตร์ ก็มาถึงครับ มีอาจารย์ท่านนึง เข้ามาสอนเรื่องสติถิครับ ขอบอกตรงๆเลยครับ แทบจะพูดตามที่แบบเรียนเขียน สอนไปแบบ มาถึงก็พูดตามเลย ไม่เคยอธิบายอะไรเลย และก็แจกโจทย์ ธรรมดา 1 ข้อให้กลับไปทำที่บ้านครับ

ผมก็รีบกลับบ้านไปทำทันที รีบทำเลยครับ เป็นโจทย์แบบฝึกหัดธรรมดา หา ควอไทร์ ธรรมดา ผมก็ทำไป ผมก็ลองทำตามแบบของผมไปครับ เอาจาก Hied ที่ผมซื้อมาอ่าน เ้ห็นว่ามันสั้นกว่า แล้วก็วิธีเดียวกัน พอเสร็จปุ๊ป ผมก็ตรวจทานซ้ำหลายๆรอบ เพื่อว่ามั่นใจจะไม่มีตรงไหนเขียนผิด และผมก็ส่งไปครับ

ผลปรากฏออกมา่ว่า ... ผมได้ 0 เต็ม 5 ครับ ผมตกใจมาก ตอนแรกคิดว่าคิดเลขผิด เลขลองเอาไปให้เพื่อนเช็คคำตอบ พอมั่นใจว่าโอเค ก็ลองไปท้วงดูครับ ผมก็รีบเดินไปหาอ.เขาทันทีเลยครับ ถามเขาว่าผมผิดตรงไหนครับ? ประโยคที่เขาตอบกลับมาผมแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ก็เธอไม่ได้ทำตามที่วิธีฉันแสดงไว้บนกระดานนี่ คงไปเอาวิธีจากที่เรียนพิเศษกันมาแน่ๆ ฉันไม่ให้คะแนนหรอก ไป ฉันไม่ให้แก้ด้วย เธอต้องทำตามวิธีที่ฉันทำเท่านั้น (เขียนบ้าบออะไรก็ไม่รู้เขา)

ผมฟังแล้วช็อคมากครับ ช็อคว่า ไอ้นี่หรอจะมาเป็นครูผม ตั้งแต่นั้นมา ผมเลิกทำตามวิธีตนเองเลยครับ ดูว่าเพื่อนทำไงก็ทำตามตลอด ผมหมั่นไส้เลยไปลองภูมิ เอาโจทย์สติถิแบบยากๆไปถาม ก็อ้ำอึ้งตอบไม่ได้ ผมเข้าใจเพื่อนผมหลายคนที่ต้องออกไปเรียนพิเศษ ซึ่งผมเจอแบบนี้เข้าไป ต้องออกไปเรียนบ้างละครับ ยังไงก็ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน

นี่ละครับ 1 ในครูแย่ๆที่ผมประสบเจอมา ก็อยากจะฝากเรื่องเล่านี้ไว้ครับ ว่าปัจจุบันยังมีอยู่ (แต่ก็เหลือน้อยแล้วครับ )

19 สิงหาคม 2010 23:58 : ข้อความนี้ถูกแก้ไขแล้ว 2 ครั้ง, ครั้งล่าสุดโดยคุณ tongkub
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #5  
Old 20 สิงหาคม 2010, 00:09
หยินหยาง's Avatar
หยินหยาง หยินหยาง ไม่อยู่ในระบบ
กระบี่จักรวาล
 
วันที่สมัครสมาชิก: 06 มกราคม 2007
ข้อความ: 2,905
หยินหยาง is on a distinguished road
Default

อันที่จริงยังมีข่าวคราวอีกมากที่เด็กไทยไม่รู้แต่ต้องเป็นผู้ถูกประเมิน อย่างเช่น เมื่อ 2 วันที่แล้วก็มีข่าวเกี่ยวกับ โอเน็ตฉบับสั้น จิ๋วแต่แจ๋ววัดผลได้ สามารถดูข่าวนี้ได้
http://www.thaipost.net/print/26267

ผมเองเคยคิดว่าเด็กไทยส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ได้อาจเป็นเพราะระบบของสังคมไทยก็ได้ ซึ่งถูกสั่งสอนไม่ให้เถียงผู้ใหญ่และถูกอบรมให้มีความคิดว่าผู้ใหญ่มักถูกเสมอ ถ้าเราสังเกตในช่วงวัยเด็ก เด็กมักจะถามผู้ใหญ่เสมอ และคำถามที่ขึ้นตนก็จะเป็นคำว่า ทำไม... อยู่ตลอดเวลา ถ้าผู้ใหญ่อธิบายหรือไม่เบื่อที่จะตอบคำถามเด็ก เด็กคนนั้นก็จะเติบโตขึ้นแบบมีพลังแห่งการเรียนรู้ จะเห็นว่าบางครั้งเด็กเข้าโรงเรียนเจอกับระบบระเบียบบังคับตลอดเวลาโดยขาดซึ่งการอธิบายเหตุผล เวลาเด็กจะซักถามอะไรก็มักได้คำตอบไม่ตรงหรือเธอถามอย่างนี้ได้ไง เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งหรือสาเหตุหลักของการพัฒนาทางด้านคิดวิเคราะห์ก็เป็นได้ ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงองค์ความรู้ของผู้สอนอีกต่างหากซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญเหมือนกัน การที่เด็กจะคิดวิเคราะห์ได้นั้น จุดเริ่มต้นต้องมาจากการสังเกต แล้วเกิดความสงสัย และรู้จักการตั้งคำถามด้วย เหมือนเมื่อสมัยเด็กที่มักจะถาม ทำไม... อยู่ตลอดเวลา แต่พอโตขึ้นจะทำแบบในวัยเด็กไม่ได้ที่จะรอคำอธิบายจากพ่อแม่อย่างเดียว กระบวนการต่างๆที่จะทำให้เกิดการคิดอย่างเป็นระบบสามารถศึกษาได้จากหนังสือ ตำรา หรือสื่ออิเล็กทรอนิกค์หรือบทความข้างต้นได้

ปล. ผมไม่ได้ให้หมายความว่าเด็กไทยต้องเถียงผู้ใหญ่หรือไม่ให้ความเคารพผู้ใหญ่นะครับ เพียงแต่ว่าต้องรู้จักการใช้และกาลเทศะครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #6  
Old 20 สิงหาคม 2010, 00:28
nooonuii nooonuii ไม่อยู่ในระบบ
ผู้พิทักษ์กฎทั่วไป
 
วันที่สมัครสมาชิก: 25 พฤษภาคม 2001
ข้อความ: 5,767
nooonuii is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความเดิมเขียนโดยคุณ tongkub View Post
ผมขอเล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิตผมเองครับ

ผมเรียนอยู่ ม.6 ครับ ผมเป็นคนชอบคณิตศาสตร์มากๆ ทุกๆวันเวลาว่างผมจะชอบทำโจทย์เลขเสมอๆ ถึงแม้ผมจะไม่เก่งมาก แต่ก็ชอบที่จะเรียนรู้กระบวนการคิดต่างๆครับ และแล้วคาบวิชา คณิตศาสตร์ ก็มาถึงครับ มีอาจารย์ท่านนึง เข้ามาสอนเรื่องสติถิครับ ขอบอกตรงๆเลยครับ แทบจะพูดตามที่แบบเรียนเขียน สอนไปแบบ มาถึงก็พูดตามเลย ไม่เคยอธิบายอะไรเลย และก็แจกโจทย์ ธรรมดา 1 ข้อให้กลับไปทำที่บ้านครับ

ผมก็รีบกลับบ้านไปทำทันที รีบทำเลยครับ เป็นโจทย์แบบฝึกหัดธรรมดา หา ควอไทร์ ธรรมดา ผมก็ทำไป ผมก็ลองทำตามแบบของผมไปครับ เอาจาก Hied ที่ผมซื้อมาอ่าน เ้ห็นว่ามันสั้นกว่า แล้วก็วิธีเดียวกัน พอเสร็จปุ๊ป ผมก็ตรวจทานซ้ำหลายๆรอบ เพื่อว่ามั่นใจจะไม่มีตรงไหนเขียนผิด และผมก็ส่งไปครับ

ผลปรากฏออกมา่ว่า ... ผมได้ 0 เต็ม 5 ครับ ผมตกใจมาก ตอนแรกคิดว่าคิดเลขผิด เลขลองเอาไปให้เพื่อนเช็คคำตอบ พอมั่นใจว่าโอเค ก็ลองไปท้วงดูครับ ผมก็รีบเดินไปหาอ.เขาทันทีเลยครับ ถามเขาว่าผมผิดตรงไหนครับ? ประโยคที่เขาตอบกลับมาผมแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ก็เธอไม่ได้ทำตามที่วิธีฉันแสดงไว้บนกระดานนี่ คงไปเอาวิธีจากที่เรียนพิเศษกันมาแน่ๆ ฉันไม่ให้คะแนนหรอก ไป ฉันไม่ให้แก้ด้วย เธอต้องทำตามวิธีที่ฉันทำเท่านั้น (เขียนบ้าบออะไรก็ไม่รู้เขา)

ผมฟังแล้วช็อคมากครับ ช็อคว่า ไอ้นี่หรอจะมาเป็นครูผม ตั้งแต่นั้นมา ผมเลิกทำตามวิธีตนเองเลยครับ ดูว่าเพื่อนทำไงก็ทำตามตลอด ผมหมั่นไส้เลยไปลองภูมิ เอาโจทย์สติถิแบบยากๆไปถาม ก็อ้ำอึ้งตอบไม่ได้ ผมเข้าใจเพื่อนผมหลายคนที่ต้องออกไปเรียนพิเศษ ซึ่งผมเจอแบบนี้เข้าไป ต้องออกไปเรียนบ้างละครับ ยังไงก็ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน

นี่ละครับ 1 ในครูแย่ๆที่ผมประสบเจอมา ก็อยากจะฝากเรื่องเล่านี้ไว้ครับ ว่าปัจจุบันยังมีอยู่ (แต่ก็เหลือน้อยแล้วครับ )
ครูก็คน ไม่ใช่ผู้วิเศษที่ไหน จะมีดีบ้าง ไม่ดีบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ

ใช่ว่าเราจะต้องเรียนรู้สิ่งที่ดีจากครูเสมอไป สิ่งที่ไม่ดีเราก็เรียนรู้จากเขาได้

อะไรที่ไม่ดีก็อย่าเอาเยี่ยงอย่างครับ รับแต่สิ่งที่ดีมาก็พอ

ครูที่ผมเคยรู้จักถึงขนาดเอาไม้หน้าสามกระทุ้งท้องเด็กนักเรียนก็ยังมี

เหตุผลแค่ครูถามคำถามแล้วเด็กตอบไม่ได้ แต่คิดว่าสมัยนี้คงไม่มีแล้วล่ะครูแบบนี้

ถึงครูจะทำผิด แต่ผิดก็เป็นครู
__________________
ที่คิดว่าดีนั้น ดีแล้วแน่หรือ ?
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #7  
Old 20 สิงหาคม 2010, 09:33
ครูนะ ครูนะ ไม่อยู่ในระบบ
กระบี่ประสานใจ
 
วันที่สมัครสมาชิก: 27 ตุลาคม 2007
ข้อความ: 590
ครูนะ is on a distinguished road
Default

ครู อาจารย์ แบบนี้มีครับ เยอะด้วย ตั้งแต่ประถมยันมหาวิทยาลัย

ประเทศไทยด้อยพัฒนามากครับ หากไม่ปรับระบบการศึกษา อีกไม่นานจะเละกันหมด

กระทรวงศึกษาเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก ไม่ยอมรับ ไม่เปลี่ยนแปลง

หลายๆ ประเทศได้เปลี่ยนระบบการศึกษาหมดแล้วครับ

ของประเทศไทยใช้ระบบการศึกษาแบบอังกฤษและอเมริกาสมัยเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว

ตอนนี้ระบบการศึกษาอังกฤษกับอเมริกาเปลี่ยนแล้วครับ

ญี่ปุ่น จีน ยุโรป เปลี่ยนหมด แต่ไทยยังไม่เปลี่ยนครับ

ผู้มีอำนาจไม่อยากเปลี่ยนเพราะต้องการรองรับกับระบบการปกครองแบบอำนาจนิยม

อีกนานครับ ถึงตอนนั้น ประเทศไทยคงบอบช้ำถึงขีดสุด จึงเปลี่ยน
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #8  
Old 20 สิงหาคม 2010, 13:28
khunkurae khunkurae ไม่อยู่ในระบบ
สมาชิกใหม่
 
วันที่สมัครสมาชิก: 13 กุมภาพันธ์ 2009
ข้อความ: 3
khunkurae is on a distinguished road
Default

ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะคะ

เห็นใจและเข้าใจในประสบการณ์ที่พบกับครูแย่ๆที่ทุกท่านเขียนมา แต่ถ้าด้วยเหตุและผลท่านต้องอย่าลืมนึกว่า
ครูไม่ใช่พจนานุกรม หรือ ครูกรู ที่เด็กๆเรียกซะทุกคน แต่เมื่อท่านมองย้อนกลับความรูสึกของครู ถ้าท่านเป็นครู แล้วเด็กต้องการลองภูมิ
หรือไม่เชื่อมั่นในตัวท่าน ท่านจะรู้สึกอย่างไร เพราะ ณ ปัจจุปันสถาบันติวเตอร์เยอะแยะมากมายก็จริง แล้วถามว่า ถ้ารักที่จะสอน รักที่อยากจะให้เด็กเก่ง
ทำไมไม่มาเป็นครูจริงที่จะพัฒนาให้เต็มระบบ กลับมองที่ธุรกิจและค่าตอบแทน
แต่ในขณะเดียวกัน ครูก็ควรปรับตัว เรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ และเลิกคิดได้แล้วว่า ตนเองเป็นไม้บรรทัดที่จะไปคอยเที่ยววัดใครว่าดี ว่าเก่ง ว่าดี ว่าถูก หรือผิด
เชกเช่นเดียวกับ นิ้วมือทั้ง 5 นิ้วของเรา
และทุกท่านก็คงไม่ลืมนะว่า ไม่ว่าจะครู จะแพทย์ นักเรียนนายร้อย วิศวกร ทุกคนก็ต้องผ่านครูมาทั้งนั้น กว่าจะอ่านออกเขียนได้ กว่าจะบวกลบเลขเป็น
กว่าจะเก่ง กล่าคิด กล้าทำได้ขนาดนี้ เพราะ...
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #9  
Old 20 สิงหาคม 2010, 21:23
กระบี่เดียวดายแสวงพ่าย's Avatar
กระบี่ประสานใจ
 
วันที่สมัครสมาชิก: 21 กุมภาพันธ์ 2009
ข้อความ: 647
กระบี่เดียวดายแสวงพ่าย is on a distinguished road
Default

ถ้าอย่างนั้นเรามารวมพลังทุกคนในสังคมmcแห่งนี้
ส่งพลังขับเคลื่อนให้เกิดสิ่งดีๆ แก่สังคมไทยในทุกๆด้านกันเถอะครับ
ก่อนอื่นต้องหยุดความขัดแย้ง ช่วยๆกันนะครับทุกคน
__________________
ทั่วปฐพีมีความรู้ รอผู้แสวงหามาค้นพบ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #10  
Old 20 สิงหาคม 2010, 21:44
ครูนะ ครูนะ ไม่อยู่ในระบบ
กระบี่ประสานใจ
 
วันที่สมัครสมาชิก: 27 ตุลาคม 2007
ข้อความ: 590
ครูนะ is on a distinguished road
Default

ยอมรับความจริงกันเถอะครับ

ครู ไม่ได้ทำเพื่อนักเรียนแล้ว ครูเขาสนแต่จะทำอาจารย์ 3

เพราะนั่นหมายถึงเงินประจำตำแหน่งที่เพิ่มขึ้น

ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง เงินเดือนครู ไม่พอค่านมลูกหรอกครับ

และที่สำคัญครูไม่ได้ทำงานสอนอย่างเดียวต้องทำงานเอกสารด้วยครับ

พวกแผนการสอน ,เอกสารให้คนจากสำนักงานเขตประเมิน, สมุดอะไรไม่รู้ เล่มแดง เล่มเขียว ขาดลามาสาย เยอะแยะไปหมด

ไหนจะกิจกรรม ลูกเสื้อ ไหนจะประชุม ไหนจะอบรมไร้สาระอีก

ครูบางท่านสอนนักเรียน 200 คน ต้องตรวจการบ้านไม่ต่ำกว่า ร้อยกว่าเล่ม

จะเฉลยบนกระดานได้ไง ต้องตรวจทีละคน เพื่อดูว่าแต่ละคนบกพร่องตรงไหน

ห้องหนึ่่งเด็กไม่ต่ำกว่า 40 คน ครูคนไหนจะเอาพลังไปสอน

ที่สำคัญ บางคนมีจิตวิญญาณความเป็นครูและความรู้แน่น แต่เข้าระบบไม่ได้

ก็ไปเป็น Tutor ก็เยอะครับ ดังนั้นจะไปว่าพวกติวเตอร์ไม่ได้

เพราะนักเรียนพึ่งโรงเรียนไม่ได้แล้ว

ถ้านักเรียนไม่ตั้งใจเรียนในโรงเรียน เพราะเคยเรียนมาจากติวเตอร์แล้ว ก็ช่างนักเรียนเถอะ

ยิ่งรัฐให้เรียนฟรี คนมีตังค์ก็ให้เด็กเรียนติวเตอร์ดีกว่า เพราะเซฟจากเงินจากเรียนฟรี 15 ปี

และทำไมต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูก่อน

ถามจริงๆ พวกที่อยู่ในระบบบางคนไม่มีความเป็นครูแต่มีใบประกอบวิชาชีพก็เยอะครับ

จะให้มีใบประกอบวิชาชีพ แต่เงินเดือนครูเหมือนเดิม หมายความว่าไงครับ

20 สิงหาคม 2010 21:49 : ข้อความนี้ถูกแก้ไขแล้ว 3 ครั้ง, ครั้งล่าสุดโดยคุณ ครูนะ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
  #11  
Old 21 สิงหาคม 2010, 00:35
Onasdi's Avatar
Onasdi Onasdi ไม่อยู่ในระบบ
กระบี่ประสานใจ
 
วันที่สมัครสมาชิก: 12 พฤษภาคม 2005
ข้อความ: 755
Onasdi is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความเดิมเขียนโดยคุณ หยินหยาง View Post
ผมเองเคยคิดว่าเด็กไทยส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ได้อาจเป็นเพราะระบบของสังคมไทยก็ได้ ซึ่งถูกสั่งสอนไม่ให้เถียงผู้ใหญ่และถูกอบรมให้มีความคิดว่าผู้ใหญ่มักถูกเสมอ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมเนี่ยแหละคนนึงที่ถูกหล่อหลอมมาแบบนั้น พอโตขึ้นถึงจะเข้าใจว่าผู้ใหญ่ก็คนเหมือนกัน
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความนี้
ตั้งหัวข้อใหม่ Reply


เครื่องมือของหัวข้อ ค้นหาในหัวข้อนี้
ค้นหาในหัวข้อนี้:

ค้นหาขั้นสูง

กฎการส่งข้อความ
คุณ ไม่สามารถ ตั้งหัวข้อใหม่ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบหัวข้อได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์และเอกสารได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความของคุณเองได้

vB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off
ทางลัดสู่ห้อง


เวลาที่แสดงทั้งหมด เป็นเวลาที่ประเทศไทย (GMT +7) ขณะนี้เป็นเวลา 03:35


Powered by vBulletin® Copyright ©2000 - 2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Modified by Jetsada Karnpracha